ในยุคที่ธุรกิจการขนส่ง การบรรจุหีบห่อ และโลจิสติกส์เติบโตอย่างรวดเร็ว “สายรัดพลาสติก” กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการแพ็คสินค้าให้ปลอดภัย แข็งแรง และพร้อมส่งถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์ วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับสายรัดพลาสติกในทุกแง่มุม ตั้งแต่ สายรัดพลาสติก คืออะไร? ประเภท วิธีใช้งาน ไปจนถึงการเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ

สายรัดพลาสติก คืออะไร?

สายรัดพลาสติก (Plastic Strapping) คือวัสดุที่ใช้สำหรับรัดสินค้าเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกล่องลัง พาเลท หรือวัตถุขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายหรือกระแทกระหว่างการขนส่ง นิยมใช้ทั้งในภาคการผลิต คลังสินค้า และร้านค้าออนไลน์

PP Plastic Strap สี

 

ประเภทของสายรัดพลาสติก

สายรัดพลาสติกแบ่งออกเป็นหลายประเภท ซึ่งมีความเหมาะสมในการใช้งานต่างกัน ได้แก่

1. สายรัดพลาสติก PP (Polypropylene)

    • น้ำหนักเบา ราคาประหยัด
    • ยืดหยุ่นดี เหมาะกับกล่องสินค้า หรือสินค้าที่ไม่หนักมาก
    • ใช้ได้กับเครื่องรัดสายอัตโนมัติหรือแมนนวล

2. สายรัดพลาสติก PET (Polyester)

    • แข็งแรงทนทาน รับแรงดึงสูง
    • เหมาะกับสินค้าอุตสาหกรรมหรือพาเลทหนัก
    • ใช้แทนสายรัดเหล็กได้ในบางกรณี

3. สายรัดพลาสติกแบบไนล่อน (Nylon Strapping)

    • ทนความร้อนและแรงดึงได้ดีมาก
    • ราคาสูง เหมาะกับงานเฉพาะทาง

4. สายรัดพลาสติก PE (Polyethylene)

    • เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการแรงดึงมาก เช่น งานบรรจุภัณฑ์ทั่วไป

 

จุดเด่นของการใช้สายรัดพลาสติก

    • เพิ่มความปลอดภัย – ป้องกันสินค้าเคลื่อนหรือเสียหายระหว่างขนส่ง
    • ประหยัดต้นทุน – ลดการใช้วัสดุอื่น เช่น ฟิล์มห่อพาเลท
    • ใช้งานง่าย – ใช้คู่กับเครื่องรัดหรือมือได้ตามต้องการ
    • น้ำหนักเบา ไม่เป็นสนิม – เหมาะสำหรับทุกสภาพแวดล้อม

วิธีการใช้สายรัดพลาสติก

    • เลือกสายให้เหมาะกับสินค้า – ขนาด น้ำหนัก และประเภทของสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญ
    • ใช้เครื่องรัดสายพลาสติก – เลือกได้ทั้งแบบแมนนวล กึ่งอัตโนมัติ และอัตโนมัติ
    • ตรวจสอบความแน่น – ให้แน่ใจว่าสายรัดไม่หย่อนหรือแน่นเกินไป
    • ตัดสายส่วนเกิน – เพื่อความเรียบร้อยและปลอดภัยในการขนส่ง

 

เลือกสายรัดพลาสติกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

หากคุณกำลังมองหาสายรัดพลาสติกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งาน ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

    • ประเภทสินค้า – สินค้ามีน้ำหนักมากหรือน้อย
    • ลักษณะการจัดส่ง – มีการขนส่งบ่อยหรือไม่
    • ประเภทเครื่องรัดที่ใช้ – ใช้มือหรือเครื่องรัด
    • งบประมาณ – ต้องการลดต้นทุนหรือเน้นคุณภาพสูง

ข้อควรรู้ก่อนซื้อสายรัดพลาสติก

    1. เช็กขนาด (กว้าง x หนา) – ขนาดมาตรฐานคือ 12 mm, 15 mm เป็นต้น
    2. ดูน้ำหนัก/ม้วน – เพื่อประเมินความคุ้มค่า
    3. เช็กวัสดุ – PP, PET หรือ PE มีความแตกต่างกันเรื่องราคาและแรงดึง

เหตุผลที่ธุรกิจควรลงทุนกับสายรัดคุณภาพดี

    1. ลดความเสียหายของสินค้า
    2. สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ใส่ใจคุณภาพ
    3. เพิ่มประสิทธิภาพงานแพ็ค
    4. ลดเวลาและแรงงานในการจัดเตรียมสินค้า

หากคุณคือเจ้าของธุรกิจที่กำลังเจอปัญหา..

สายรัดสินค้าไม่แน่นหนา หลุดขาดง่าย อยากลดต้นทุนในการแพ็คสินค้า

แต่ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้สายรัดพลาสติกแบบไหนดี?

ปรึกษาเราได้เลย! โรงงานผลิตสายรัดพลาสติก สหรักษ์รุ่งเรืองซัพพลาย

 

โรงงานผลิตสายรัดพลาสติก