โรงงานผลิต สายรัดพลาสติก

สายรัดพลาสติก จะมีลักษณะเป็นเส้นที่ถูกรีดให้บาง เพราะสายรัดนี้ถูกออกแบบมาให้รัดสินค้าได้ง่าย และแน่น โดย โรงงานผลิต สายรัดพลาสติกจะใช้วัตถุดิบในการผลิตเป็น เม็ดพลาสติกซึ่งแต่ละประเภทของสายรัดก็จะใช้ประเภทของเม็ดพลาสติกที่แตกต่างกันออกไป

สายรัดพลาสติก คืออะไร ?

สายรัดพลาสติก คือ สายรัดชนิดหนึ่งที่จัดว่าอยู่ในประเภทแพ็คกิ้ง (การปิดผนึกบรรจุภัณฑ์) มีลักษณะเหมือนเชือกโดยทั่วไป แต่ว่าจะไม่มีรูปร่างเป็นเส้นกลมเหมือนเชือก แต่จะมีลักษณะเป็นเส้นที่ถูกรีดให้บาง เพราะสายรัดนี้ถูกออกแบบมาให้รัดสินค้าได้ง่าย และแน่น สามารถทนแรงดึงได้สูง โดย โรงงานผลิต สายรัดพลาสติก จะใช้วัตถุดิบในการผลิตเป็นเม็ดพลาสติกซึ่งแต่ละประเภทของสายรัดก็จะใช้ประเภทของเม็ดพลาสติกที่แตกต่างกัน เม็ดพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตนั้นค่อนข้างที่จะมีความแข็งแรงสูง มีมวลน้ำหนักน้อย มีความยืดหยุ่นสูงมาก และที่สำคัญยังสามารถทนต่อสภาวะของอุณหภูมิที่สูงและต่ำได้ดีที่เดียว  โดยสายรัดพลาสติกชนิดต่าง ๆ มีความสำคัญเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตหรือโรงงานต่าง ๆ ที่มีการแพ็คสินค้าเพื่อส่งต่อไปให้ยังผู้บริโภค สายรัดพลาสติกจะช่วยในการเพิ่มความแน่นหนาของสินค้าให้ยึดติดอยู่กับภาชนะมากขึ้น และทำให้สินค้าไม่หลุดกระจัดกระจายเวลาเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ในขณะเคลื่อนที่

สายรัดพลาสติกที่มีอยู่ในปัจจุบันมี 3 ประเภทดังนี้

1.สายรัดพลาสติกไฮเดน

เป็นสายรัดพลาสติกที่นิยมใช้กับเครื่องแพ็คชนิดที่เป็นมือโยก ผลิตมาจากเม็ดพลาสติกไฮเดน  หรือที่มีชื่อเรียกทางเคมีว่า High Density Polypropylene (HDPE) เรียกได้ว่าได้รับความค่อนข้างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากสายรัดชนิดนี้มีลักษณะที่ค่อนข้างเหนียวและมวลน้ำหนักน้อย แต่กลับกันสายรัดไฮเดนนี้มีคุณสมบัติการยืดตัวสูงและ โรงงานผลิต สายรัดพลาสติก ทั่วไปมักจะใช้กระบวนการผลิตคล้าย ๆ กับการผลิตสายรัดชนิดพีพี (สายรัดประเภทที่ 3 ในบทความนี้)

ลักษณะการใช้งานของสารรัดพลาสติกไฮเดน

-จะเหมาะกับการใช้รัดสินค้าที่มีลักษณะปานกลาง-ใหญ่ เช่น สินค้าที่ต้องการยึดติดกับพาเลท
-ใช้รัดกระสอบปูนลักษณะทั่วไป หรือ อิฐ

ข้อเสียของสายรัดไฮเดน

-จะไม่สามารถใช้คู่กับเครื่องแพ็คชนิดไฟฟ้าไม่ได้ เพราะว่าสายรัดไฮเดนมีความหนาที่ค่อนข้างมากทำให้ไม่สามารถใส่เข้าไปในเครื่องแพ็คได้ จึงเป็นที่นิยมที่จะใช้กับเครื่องรัดแบบมือโยก และกิ๊ปเหล็ก แทน

 2.สายรัดพลาสติกPET

สายรัดพลาสติกชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมจำพวกเหล็ก ( มักใช้ทดแทนสายรัดเหล็กพืด ) อุตสาหกรรมกระป๋อง  ที่เอาไว้รัดวัตถุหรือสิ่งของที่มีลักษณะสินค้าใหญ่และมีน้ำหนักมาก  เช่น เหล็ก , ไม้ขนาดใหญ่ โดยสายรัดพลาสติกพีอีทีเป็นสายรัดที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกพีอีที หรือที่มีชื่อเรียกทางเคมีว่า Polyethylene terephthalate (PET)   ซึ่งเม็ดพลาสติกพีอีที นี้ส่วนมากนิยมนำมาทำพวกขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลม และสายรัดพลาสติก  และกระบวนการผลิตของสายรัดพีอีทีมีกระบวนการคล้าย ๆ กันกับสายรัดอีก 2 ชนิดคือนำไปหลอมด้วยความร้อนและรีดออกมาเป็นเส้น แต่จะแตกต่างกันที่ชนิดของเม็ดพลาสติกที่นำมาใช้ผลิต โดยสายรัดประเภทนี้จัดว่าเป็นสายรัดที่แข็งแรงและทนทานมากที่สุดในสายรัดทั้ง 3 ชนิด  โดยในโรงงานอุตสาหกรรมส่วนมากที่มีความจำเป็นต้องใช้สายรัดเหล็กพืดมักจะใช้สายรัดพลาสติกชนิดพีอีทีแทนเพราะว่า สายรัดที่มีความคมของเหล็กอาจะทำให้สินค้ามีรอย หรือเสียหายได้ เมื่อต้องใช้เวลาขนส่งเป็นเวลานาน หรือผ่านการเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกวิธี

3.สายรัดพลาสติกพีพี  

สายรัดพลาสติกPP เป็นสายรัดพลาสติกประเภทหนึ่ง ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกพีพีหรือที่มีชื่อเรียกทางเคมีว่า Polypropylene ซึ่งมีคุณภาพดี มีความยืดหยุ่นสูง สามารถทนต่อแรงดึงและแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญยังมีความเหนียวของตัวพลาสติกทำให้ไม่แตกหักง่ายในที่ที่เย็นจัด ส่งผลให้เป็นประโยชน์ต่อการใช้งานเป็นอย่างมากและภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะนำสายรัดพีพีมาใช้รัดสิ่งของเพื่อลดความเสียหายที่อาจจะเกิดในการส่งสินค้า เพราะสายรัดพลาสติกพีพีมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงสามารถรองรับน้ำหนักได้พอประมาณ ในปัจจุบันถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลาย และสามารถใช้ร่วมกับเครื่องแพ็คแบบมือโยค และ เครื่องแพ็คไฟฟ้า ได้

สายรัดพีพีนี้สามารถทำได้หลายอย่าง เช่น

-นำมารัดสิ่งของจำพวกบรรจุภัณฑ์
-นำมารัดธนบัตรสำหรับกิจการหรือธนาคาร
-สามารถนำมาสานตะกร้าเป็นงานอดิเรกได้

ปัญหาที่จะเจอถ้าเราใช้สายรัดที่ไม่มีคุณภาพ

1.สำหรับการใช้งานคู่กับ เครื่องแพ็คกิ้ง เวลาซีลจะ ไม่ติดทั้งหมด แต่จะติดแค่บางส่วนของหน้าสายรัด  เพราะส่วนประกอบพลาสติกมีน้อยไป อาจะทำให้เครื่องแพ็คเสียหายได้ ส่งผลให้อายุการใช้งานของเครื่องแพ็คลดน้อยลง ใบมีดไม่คม ต้องเปลี่ยนใบมีดปล่อยทำให้เปลืองค่าใช้จ่าย

2.การใช้งานของสายรัดจะไม่คงทน และไม่เหนียว เนื่องจากในส่วนผสมของการผลิตไม่ได้ใช้เม็ดพลาสติกทั้งหมด แต่ มีการผสมแป้ง หรือสารประเภทแคลเซียมลงไป ทำให้คุณสมบัติออกมาดีไม่เท่าการผลิตโดยใช้เม็ดพลาสติกล้วน